
Cheers Couple ทีม Wedding Planner ที่ให้ความสบายใจ
หมอกกับพี่ไม้เอก (เจ้าบ่าว) อยู่แคนาดาค่ะ การเตรียมงานแต่งในไทยจึงไม่ค่อยสะดวก เลยต้องหาคนช่วยประสานงานที่เป็นเหมือนตัวแทนของเรา ซึ่งเพื่อนก็แนะนำทีม Cheers Couple มาให้
พอได้คุยกับพี่บีเจ้าของก็ถูกชะตาเลยค่ะ รู้สึกว่าหมอกกับพี่บีเป็นคน Vibe เดียวกัน เขาป็นคนใส่ใจ พร้อมดูแลมาก ถามอะไรไป ไม่เกิน 1 วัน จะมีคำตอบมาให้แล้ว Time Zone ที่ห่างกัน 12 ชั่วโมง ไม่มีผลต่อการติดต่อกันเลย และเมื่อดูผลงานการตกแต่งก็เป็นสไตล์ที่ชอบ เราเลยไว้ใจให้พี่บีเป็นคนดูแลงานของเราค่ะ


พอได้ร่วมงานกัน หมอกว่า Cheers Couple เป็นเหมือน One-stop shop ค่ะ คือเขาจัดการให้ทุกอย่าง นอกจากชุดแต่งงานที่สั่งตัดที่แคนนาดาและสถานที่ที่หมอกกับพี่ไม้เอกหาเองแล้ว พี่บีก็เป็นคนจัดการร้านอื่น ๆ และประสานงานให้ทั้งหมดเลย จนเรารู้สึกว่าการเตรียมงานสบายมากค่ะ (หัวเราะ)


Rin at Raintree สถานที่แต่งงานร่มรื่น บรรยากาศดี
เราอยู่ต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้มีเวลาอยู่ไทยค่อนข้างจำกัด ช่วงที่หาสถานที่เรามีเวลาอยู่ไทยแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น จึงต้องทำการบ้านหาสถานที่ที่สนใจมาก่อน ซึ่งหมอกกับพี่ไม้เอกคุยกันตั้งแต่แรกว่าไม่อยากได้โรงแรม อยากได้ฟีลงานอบอุ่น สบาย ๆ พอถึงไทยเราก็ไปดูสถานที่ตามที่ลิสต์มาค่ะ
สุดท้ายเราเลือก Rin at Raintree เพราะชอบความเป็นธรรมชาติ เป็นสวนที่มีห้องแอร์ ในห้องก็โปร่ง โล่ง มีกระจกบานใหญ่ให้ความรู้สึกได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และยังมีมุมให้แขกเดินถ่ายรูปได้ด้วย ซึ่งวันเซ็นสัญญาจองสถานที่ พี่บีก็ไปช่วยดูสถานที่กับเราด้วยค่ะ




ตกแต่งงานสวยธีมขาวเขียว เข้ากับธรรมชาติ
สิ่งที่หมอกกับพี่ไม้เอกคิดไว้คือการใช้สถานที่ทั้งส่วน Indoor และ Outdoor ค่ะ เราอยากให้แขกได้ใช้พื้นที่ด้านนอกด้วย แต่ก็กังวลว่าแขกจะไม่ออกไปเนื่องจากสภาพอากาศ เราจึงเพิ่ม Activity ด้านนอก ด้วยการตั้ง Photo Booth พร้อม Backdrop และแกลเลอรี่เล่า Story ของบ่าวสาวนิดหน่อยบริเวณสวนค่ะ ส่วนในห้องงานหมั้น เนื่องจากมีผนังที่เป็นกระจกเห็นวิวด้านนอกที่สวยงามอยู่แล้ว จึงตกแต่งหลัก ๆ แค่บริเวณเวทีทำพิธีหมั้นเท่านั้นค่ะ


สถานที่เป็นธรรมชาติ มีความเขียวอยู่แล้ว เราเลยอยากได้การตกแต่งที่โทนใกล้เคียงกัน จึงเลือกเป็นสีเขียวขาวค่ะ ภายในงานก็จะเน้นประดับด้วยดอกไม้ หมอกชอบดอกไม้สด แต่ก็แพ้ดอกไม้ระดับหนึ่ง ก็ได้บอกพี่บีไว้ พี่บีจึงเลือกใช้วิธีผสมระหว่างดอกไม้สดกับดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งออกมาสวยงามเลยค่ะ


หมอกไม่เคยไปงานแต่งงานที่ไทยเลย พี่ไม้เอกเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเหมือนกัน ทำให้เราไม่ค่อยรู้เรื่องการแต่งงานของคนไทย จึงมีปรึกษาพี่บีว่าต้องทำอะไรให้ผู้ใหญ่และครอบครัวทั้ง 2 ฝ่ายบ้าง พี่บีก็ให้คำแนะนำที่ดี งานหมั้นตอนเช้าเลยจะผสมพิธีตะวันตกที่เราอยากทำและพิธีไทยสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ




ตอนเช้าก่อนที่แขกจะมา เรามี First Look การเจอกันครั้งแรกของบ่าวสาวก่อนค่ะ พี่ไม้เอกจะยืนรอหมอกเดินไปหา แล้วเป็นช่วง Private Vows มีแค่บ่าวสาว และพอแขกมาแล้ว เราถึงทำพิธีไทย โดยเริ่มที่พี่ไม้เอกมารับตัวหมอก เพื่อไปทำพิธีบนเวที มีพิธีหมั้นสวมแหวน รับไหว้ รดน้ำสังข์ และจบด้วยมอบขนม Croquembouche ให้ผู้ใหญ่ค่ะ หลังจากนี้ก็มีเลี้ยงอาหารกลางวันแขกต่อค่ะ



ดินเนอร์ใต้แสงเทียน บรรยากาศอบอุ่น
งานเลี้ยงตอนเย็นจะมีแค่เพื่อน ๆ และญาติสนิทเท่านั้น เราจึงอยากได้งานที่มีฟีล Cozy รู้สึกใกล้ชิดกัน เป็นสไตล์ Western เลยบอกคอนเซ็ปต์การตกแต่งพี่บีไปว่าคือ Intimate candlelight dinner เน้นเทียนเยอะ ๆ กับงานผ้า และใช้ธีมสีขาวล้วนค่ะ
ห้องจัดงานเดิมเป็นห้องโล่ง ๆ พี่บีก็ทำการสร้างเฟรมเพื่อโยงผ้า เซ็ตโต๊ะแบบ Long Table แล้วตกแต่งด้วยเทียนมากมาย จริง ๆ หมอกอยากได้เทียนจริงทั้งหมด แต่ทุกคนดูตกใจ (หัวเราะ) และเพื่อความปลอดภัย พี่บีได้ปรับเป็นเทียน LED ให้ ก็สวยงามเหมือนกันค่ะ ส่วนหน้าห้องก็จะมีเซ็ตโต๊ะประดับดอกไม้ของบ่าวสาวไว้ด้วยค่ะ




อีกกิมมิกที่เราใส่เข้ามาคือของขวัญเล็ก ๆ มอบให้แขกค่ะ งานเลี้ยงที่นั่งจะเป็นแบบระบุชื่อคนนั่ง บนโต๊ะเราเลยทำป้ายชื่อ พร้อมกับมีภาพวาดเล็ก ๆ ของแขกแต่ละคนและ Eco Bag ที่เป็นของชำร่วยวางไว้ให้แขกนำกลับบ้านค่ะ



งานเลี้ยงฉลองที่สนุก ได้ฟีลเกมโชว์
หมอกกับพี่ไม้เอกอยากให้แขกมางานแต่งงานของเราแล้วรู้สึกสนุก ได้หัวเราะมากกว่ามาเจอแค่โมเมนต์บ่าวสาวยืนสวย ๆ รอถ่ายรูป จึงไม่เน้นพิธีการอะไรมาก งานเลยออกมาเหมือนเล่นเกมโชว์เลยค่ะ (หัวเราะ)
งานแต่งของต่างประเทศไม่ได้มาถึงแล้วเปิดตัวบ่าวสาวเลย แต่จะเริ่มที่บ่าวสาวมาพูดคุยพบปะแขกก่อน เราชอบแบบนี้จึงมีช่วง Cocktail Hour เข้ามาด้วย โดยจะจัดเฉพาะด้านนอกกับบริเวณระเบียง และจ้างบาร์เทนเดอร์ให้มาทำค็อกเทลให้แขกได้เดินจิบเดินถ่ายรูปกัน แล้วก็ยังมี Crossword ให้ได้เล่นด้วยค่ะ



พอช่วงพิธีการ จริง ๆ เราจะไม่มีเปิดตัวบ่าวสาวค่ะ แต่พี่บีแนะนำว่าควรมีหน่อย จะได้มีโมเมนต์ให้ช่างภาพได้เก็บภาพค่ะ (หัวเราะ) เราเลยมีเปิดตัวนิดนึง แล้วเดินไปที่โต๊ะบ่าวสาวหน้าห้อง จากนั้นหมอกกับพี่ไม้เอกก็จะเล่น Shoe Game กันค่ะ และก็มีเกมตอบคำถามว่าใครรู้จักบ่าวสาวมากกว่ากันให้เพื่อน ๆ ได้เล่นด้วย โดยแบ่งเป็นฝั่งเจ้าบ่าวฝั่งเจ้าสาว ส่งตัวแทนมา มีปุ่มให้กดแย่งกันตอบ เป็นช่วงที่สนุกมากค่ะ
เรามีช่วงให้เพื่อน ๆ ได้มาพูดอวยพรด้วย เป็นอีกโมเมนต์น่าจดจำ และสุดท้ายก็จบด้วย First Dance ของบ่าวสาวที่พี่ไม้เอกเป็นคนรีเควส หลังจากนี้ก็เป็นช่วงทานข้าว ปาร์ตี้เบา ๆ ชิล ๆ ค่ะ


ตอนแรกเราไม่คิดว่าจะ Expect กับงานมาก แต่พอถึงวันแต่งงานกลับแฮปปี้มาก อาจเพราะหมอกกับพี่ไม้เอกอยู่ต่างประเทศ การจะรวมคนที่เรารักทั้งที่อยู่ไทยและต่างประเทศแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ในงานคนที่เรารักก็ได้มาอยู่ด้วยกัน แล้ววันนั้นเราสบายใจมาก สามารถปล่อยจอยได้เลย ทำให้สนุกกับทุกอย่าง


ต้องขอบคุณพี่บี Cheers Couple ด้วย เขาดูแลเราจนรู้สึกว่าเขาเป็นมากกว่าแพลนเนอร์อีกค่ะ (หัวเราะ) เราอยู่ต่างประเทศ วัฒนธรรมไทยหลาย ๆ อย่าง ก็ไม่รู้ เวลามีปัญหา หรือไม่เข้าใจอะไร พี่บีจะคอยช่วยเสมอ
เราแต่งงานหลังแผ่นดินไหว 1 วัน ตอนแรกก็กังวลมาก กลัวจัดงานไม่ได้ แต่พี่บีเป็นคนแรกที่โทรหาเราหลังแผ่นดินไหว แล้วบอกว่าต้องทำยังไงต่อ ลิสต์ให้เป็นข้อๆ เลย ทำให้เราอุ่นใจ และพอตอนเช้าที่เราไปถึงสถานที่ พี่บีก็ช่วยจัดการทุกอย่างให้แล้ว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่เห็นตรงตามที่ต้องการ เขาเข้าใจสิ่งที่เราสื่อ แค่บรีฟ ส่ง reference ให้ ก็ได้งานตรงใจเลย เราประทับใจมากค่ะ


แนะนำบ่าวสาว
Wedding Planner สำคัญ : วันแต่งงานเวลาผ่านไปเร็วมาก การมีแพลนเนอร์ที่เชื่อใจได้ จะช่วยให้เราสามารถเอ็นจอยกับทุกโมเมนต์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นเลยค่ะ
Photographer : Pencillense Photographer (morning), Arthurphoto.bkk (evening)